|
ใครจะเชื่อว่าขณะที่หลายจังหวัดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางและล่าสุดภาคใต้กำลังประสบปัญหาอุทกภัยได้รับความเดือดร้อน
กันอย่างหนัก แต่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ กลับเผชิญกับปัญหา “ภัยแล้ง” หนักที่สุดในรอบ 50 ปี จนการประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) ประจวบคีรีขันธ์
ต้องตัดสินใจจ่ายน้ำให้ประชาชน หน่วยงานราชการ สถานประกอบการในเขตชุมชนเมือง ใช้วันละ 2ช่วงมานานกว่า 3 เดือน ซึงนับเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมาย
เพราะ จ. ประจวบคีรีขันธ์ ตั้งอยู่เหนือ จ. ชุมพร ที่มีฝนตกหนักมาตั้งแต่วันที่ 26 ตุลาคม ปัญหาเกิดจากน้ำในอ่างเก็บน้ำคลองบึง อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หมู่ 8 บ้านวังไทรติ่ง ต.อ่าวน้อย อ.เมือง ความจุ 22 ล้านลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) ซึ่งเป็นแหล่งน้ำดิบ ผลิตน้ำประปามีน้ำเหลือกักเก็บเพียง 8 แสน ลบ.ม. หรือ 4% เนื่องจาก กปภ. ต้องสูบน้ำในอ่างเพื่อผลิตน้ำประปาทุกวัน ประกอบกับฝนทิ้งช่วงยาวนาน ไม่มีปริมาณน้ำดิบมาเพิ่มในอ่าง เกษตรกรพื้นที่ใกล้เคียงอ่างเก็บน้ำก็ประสบขาดแคลนน้ำอย่างรุนแรง
มีการประเมินว่าภายใน 20 วัน หรือนับจากนี้เป็นต้นไป หรือหลังจากเทศกาลลอยกระทง หากยังไม่ร่องมรสุมพาดผ่าน เพื่อเพิ่มปริมาณน้ำในอ่างคลองบึงเพื่อผลิตน้ำประปาแล้ว จะเข้าขั้น “วิกฤต” ประชาชนกว่า 20,000 ครอบครัว ในพื้นที่รับผิดชอบขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 5 แห่ง จะประสบกับชะตากรรมอันโหดร้ายจากภัยธรรมชาติอย่างทียมกัน
ทั้งนี้เพราะ อ.เมือง ไม่มีแหล่งน้ำดิบขนาดใหญ่ที่จะนำมาผลิตน้ำประปาวันละกว่า 10000 ลบ.ม. เพื่อแก้ไขปัญหาระยะสั้น หรือหากจะแก้ปัญหา ในระยะยาวต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี วงเงินกว่า 300 ล้านบาท เพื่อเชื่อมท่อน้ำดิบจากอ่างเก็บน้ำยางชุม ต.หาดขาม อ.กุยบุรี ก็ไม่ทันกับความต้องการของประชาชนที่ต้องใช้น้ำกัน
สุเทพ สิริสุข ผู้จัดการำนัก กปภ. ประจวบคีรีขันธ์ ยอมรับว่าเป็นหน่วยงานเดียวของ กปภ.ระดับภูมิภาคในประเทศไทยที่ต้องจ่ายน้ำ เป็นช่วงเวลาซึ่งนับตั้งแต่ก่อตั้งสำนักมา ไม่เคยปรากฏการณ์เช่นนี้มาก่อน และเป็นครั้งแรกที่ต้องรับเรื่องร้องเรียนจากประชาชน ที่ประสบปัญหาการใช้น้ำมากที่สุด
“หลังจากการตัดสินใจจ่ายน้ำ 2 ช่วงเวลาเมื่อ 2 เดือนก่อน เพื่อยืดระยะเวลาในการใช้น้ำดิบในอ่างคลองบึง วันนี้ก็ยังมีการร้องเรียน เข้ามาจำนวนมาก เพราะน้ำไปไม่ถึงชุมชนที่อยู่ปลายท่อใน ต. คลองวาฬ และชุมชนหนองบัวในเขตเทศบาลเมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งช่วงแรกผมก็เครียดมาก เพราะชาวบ้านโทรศัพท์มาด่าทั้งวันจนเจ้าหน้าที่หมดกำลังใจ แต่ก็พยายามอธิบายให้เข้าใจ และนำรถบรรทุกน้ำไปแจกจ่าย จนทุกวันนี้ได้แต่ทำใจแล้วเพราะฝนไม่ตก ซึ่งที่ผ่านมาก็เสนอขอใช้น้ำทะเลมาเข้ากระบวนการ ผลิตน้ำประปา แต่ได้รับคำตอบว่าต้นทุนสูงมาก ส่วนการเจาะบ่อบาดาลก็พบว่ามีน้ำน้อยมาก ไม่เพียงพอที่จะใช้ผลิต”
จากการประชุมคณะทำงานแก้ไขปัญหาน้ำประปาขาดแคลนน้ำดิบ ที่ประชุมยอมรับว่าประชาชนและภาคธุรกิจกังวลมาก รวมทั้งผลกระทบกับภาวะเศรษฐกิจที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว วีระ ศรีวัฒนตระกูล ผู้ว่าราชการจังหวัด จึงสั่งให้ผู้บริหาร อปท.ทั้ง 5 แห่ง ในเขตการจ่ายน้ำของ กปภ. หาทางช่วยเหลือประชาชนในเบื้องต้น โดยจัดสรรซื้อภาชนะกักเก็บน้ำ ขุดบ่อน้ำบาดาล ขุดบ่อน้ำตื้น ส่วนหน่วยงานราชการได้จัดหาถังเก็บน้ำฝนเพื่อใช้ในส่วนราชการนั้นให้เพียงพอ
“วีระ” ยังได้ประสานหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงให้ดำเนินการทันทีจนกว่าจะมีน้ำเพิ่มขึ้น แต่การทำฝนเทียมก็มีปัญหา จากลมมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับสภาพทางภูมิศาสตร์ของจังหวัดที่มีพื้นที่แคบ เป็นสาเหตุที่อาจทำให้ฝนตกไม่ตรงเป้าหมาย
ซึ่งน้ำในอ่างไม่เพิ่ม จึงไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากเร่งรณรงค์ให้ประชาชนกว่า 20,000 ครัวเรือนใช้น้ำอย่างประหยัด เพราะจากนี้ไปต้องรอ “ปาฏิหาริย์” เท่านั้น เนื่องจากเหลือน้ำดิบผลิตน้ำประปาได้ไม่เกิน 40 วัน
จึงหวังได้ว่า กลุ่มเมฆที่กำลังจะเคลื่อนตัวขึ้นฝั่งด้ามขวานทอง จะกลั่น “หยาดฝน” ลงเหนือ “อ่างเก็บน้ำคลองบึง” บ้าง |